เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๓ มิ.ย. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสมอภาค เป็นศาสนาแห่งสันติภาพ ผู้ที่มีอำนาจวาสนานะ ได้นับถือพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึงพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

พระพุทธคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเจ้าของศาสนา เป็นผู้ที่รื้อค้นพระพุทธศาสนาขึ้นมาในหัวใจของท่าน ได้บรรลุธรรมเป็นรัตนะ ๒ แสดงธัมมจักฯ พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม เห็นไหม มีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย

ถ้าเป็นที่พึ่งที่อาศัยนะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึงเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วมีฝั่งตรงข้าม ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย นี้เป็นความสามารถของผู้ที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา แล้วศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นข้อเท็จจริง มันถึงเป็นงานสองประเภท งานประเภทหนึ่งคืองานหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง งานในชีวิตประจำวันของเรา

งานอีกประเภทหนึ่งคืองานจะพยายามศึกษาค้นคว้าการเกิด จิตนี้มันเกิดมาอย่างไร เกิดมาจากพ่อจากแม่ แต่พระพุทธศาสนา เวลาศึกษาค้นคว้าไปแล้วมันเกิดจากการกระทำของเราเอง มันเกิดจากเวรจากกรรม เวรกรรมมันบาลานซ์กับพ่อกับแม่ มันถึงมาเกิดเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกกัน เวลาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันก็ผลัดเปลี่ยนกันไป ไอ้เป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกกันก็หมุนเวียนไป เห็นไหม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงได้บอกว่า สัตว์โลกที่เกิดมา ที่ไม่เคยเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกันมาภพใดชาติใดไม่มี มันมีความสัมพันธ์กันมาตลอด เพราะมันยาวไกล ไม่มีต้นไม่มีปลาย

ไม่มีต้นไม่มีปลายก็ขัดแย้ง เวลาศึกษาพระพุทธศาสนา โลกกี่ล้านปี มันไม่มีต้นไม่มีปลาย มันไม่มีต้นไม่มีปลายได้อย่างไร

มันไม่มีต้นไม่มีปลาย มันเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ถึงเวลาเรื่องโลกกี่ล้านปี มันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเหมือนกัน เวลาเปลี่ยนแปลงของโลกเหมือนกัน เห็นไหม แต่ศึกษาค้นคว้าขึ้นมาในพระพุทธศาสนา จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมาเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงสอนปัจจุบันธรรม

ปัจจุบันธรรมคือภพชาติปัจจุบันนี้ ในความรู้สึกนึกคิดนี้ไง มันมีเวรมีกรรม กรรมเก่ามา มันก็เป็นจริตเป็นนิสัย มันเป็นอำนาจวาสนาของตน ถ้าในปัจจุบันนี้ ถ้าเราศึกษาค้นคว้าขึ้นมา เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนนะ มันมีความมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา

แล้วเวลามหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา พระไตรปิฎกนอก มันเป็นตู้พระไตรปิฎกอยู่ตามวัดตามวาที่ลั่นกุญแจมันไว้ เวลาศึกษาค้นคว้าขึ้นมามันพระไตรปิฎกในไง มันเปิดหัวใจ มันมหัศจรรย์ในใจของตนเองไง มหัศจรรย์ในใจตนเอง แต่เราเข้าได้ไม่ถึง เห็นไหม

ดูทางโลกสิ ไอ้สายมูๆ ไปดูน่ะ เห็นเขาแสดงออกภายนอก ไอ้นั่นมันกิริยา ไร้สาระมาก

สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

นั่งสงบนี่แหละ ยืน เดิน นั่ง นอน ถ้าจิตมันสงบแล้วมันมีความมหัศจรรย์ในจิตดวงนั้น พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่ใช่สำมะเลเทเมาแบบทฤษฎีที่สอนกันภายนอกนั้น เรื่องไร้สาระมากๆ

แต่เวลาเรื่องเป็นสาระๆ ขึ้นมา เราต้องผ่านไง ผ่านอารมณ์ความรู้สึก ผ่านความลังเลสงสัย ผ่านการแสวงหา มันต้องผ่านเข้ามาๆ เวลาเราผ่านเข้าไปเป็นชิ้นเป็นอัน เห็นไหม

หลวงปู่ดูลย์สอน เห็นนิมิตเห็นจริงไหม จริง เห็นนิมิตเห็นจริงๆ อารมณ์ความรู้สึกเห็นจริงๆ ทั้งนั้นน่ะ แต่มันไม่จริงเลย

มันไม่จริงเพราะเป็นนามธรรม มันเป็นอดีตอนาคต พระพุทธเจ้าสอนปัจจุบันธรรม ปัจจุบันนี้จิตเราสงบระงับขึ้นมานี่ ถ้าจิตสงบระงับเข้ามามันมีความมหัศจรรย์แล้ว พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

ทั้งๆ ที่เป็นชาวพุทธนะ นับถือพระพุทธศาสนานะ แต่ไม่เคยรู้จักหัวใจของตนเลย ถ้ามันฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา มันจะมีอะไรเกิดขึ้นมา เราไม่ต้องไปส่งออกไปภายนอกนั้น ตั้งสติไว้ เดี๋ยวมันตอบหมดเลย มันเรื่องของเขาทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องของเราทั้งนั้น ถ้าเรื่องของเรา เรื่องของเราก็สุขกับทุกข์นี้ทั้งนั้นไง

ถ้าอย่างนี้เป็นความเห็นแก่ตัว

ความไม่เห็นแก่ตัวที่เขาจะมาส่งเสริมพระพุทธศาสนานั่นน่ะ เวลาเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาไว้ใจได้ไหม เวลาเป็นจริงขึ้นมา เขาจะมาหลอกมาลวงเราไหม เวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมา อารมณ์ความรู้สึกหลอกลวงเราไหม

ถ้าเราเห็นพุทธะของเรานะ ใครจะหลอกลวงเรา ถ้ามีสติสัมปชัญญะ เดี๋ยวมันตอบหมดเลย ถ้ามีวาสนานะ

แต่นี่มันไม่ มันหวังพึ่งคนอื่น มันหวังพึ่งเขา มันจะไปเชื่อเขาไง ทั้งๆ ที่ว่าบวชเป็นพระๆ นี่ล่ะ พระเราเป็นพระดูฤกษ์ดูยาม นั่นน่ะจะพูดว่าทรยศศาสนายังได้เลย

ถ้าศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เท่านั้น นั่นมันมงคลตื่นข่าว นอกพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาไม่ถือฤกษ์ถือยาม ถือใดๆ ทั้งสิ้น ถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เท่านั้น ถ้าเป็นข้อเท็จจริงไง

แล้วถ้าข้อเท็จจริง แต่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้น เราไม่ใช่มีอนาคตังสญาณเหมือนพระพุทธเจ้าไง เวลามันเกิดสิ่งใดขึ้นมาจะไปถามพระพุทธเจ้า อ๋อ! เมื่อชาตินั้นๆ เคยทำอย่างนั้นๆ

เราไม่มีญาณอย่างนั้น ถ้ามีอย่างนั้น แต่ถ้าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นมันเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ ทำดีทำชั่วมา ทำดีๆ เกิดดี เกิดดีมีความสงบสุข มีความพรั่งพร้อมไปในชีวิตทั้งนั้น เกิดมาทุกข์จนเข็ญใจ

เวลาหมอชีวกโกมารภัจจ์ เวลาเขาเกิดเขาไปทิ้งถังขยะ แต่ทิ้งถังขยะแล้วบังเอิญกษัตริย์ไปพบเข้า เอาไปเลี้ยงในราชวัง ก็ไปศึกษาค้นคว้าเรื่องหมอยา พอหมอยาขึ้นมา พอมาสืบประวัติของตัวเองแล้วมันเศร้าใจไง มันเศร้าใจ เห็นไหม

การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน แต่ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้วเป็นอริยทรัพย์ มีความสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ถ้ามีความสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เรามีสติปัญญาของเรา เราจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ตามแต่สิทธิเสรีภาพของเรา

แต่ถ้าเรานับถือพระพุทธศาสนา เห็นไหม ให้ทานร้อยหนพันหนไม่เท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง ถือศีลบริสุทธิ์ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำความสงบของใจเข้ามาได้หนหนึ่ง ทำความสงบของใจเข้ามาร้อยหนพันหนไม่เท่ากับเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นมาหนหนึ่ง

คำว่า หนหนึ่งๆ” หนหนึ่งๆ มันต้องมีความมหัศจรรย์คุณค่ามากกว่าเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ถ้าเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่เราฝึกหัดของเราขึ้นมา มันเป็นนามธรรม ฟังธรรมๆ ฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจของเรา ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ ถ้าฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ มีสติปัญญาเข้ามา

หน้าที่การงานก็ทำนะ แต่เวลามีสติปัญญาแล้วมันไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่ตีโพยตีพายไปกับเขา มันเห็นแล้วนะ มันเป็นกรรมของเราเอง มันเป็นกรรมของเราเอง การกระทำไง แล้วถ้าเราฝึกหัดสติขึ้นมา สติมันพร้อมแล้ว

นี้มันเป็นกรรมของเราเอง ถ้าเราทำล่ะ

สติสัมปชัญญะถ้ามันทำ มันก็ทำบวกไง ทำบวกมันก็เป็นคุณกับหัวใจไง แล้วกิริยาภายนอกมันก็ทำหน้าที่การงานของมันไปตามสมมุติบัญญัติ นี่สมมุติทั้งนั้นน่ะ ปฏิทินแต่ละปีๆ แต่ของเราในวันหนึ่งเรามีความทุกข์ความยากในหัวใจมากน้อยขนาดไหน ถ้ามีสติมีปัญญา ความทุกข์ความยากอันนั้นน่ะจบครับ เราจะไปโง่ไปแบกรับอารมณ์ของเราเองหรือ

ถ้าใครมีสติปัญญา ฝึกหัดปฏิบัติปัญญาอบรมสมาธิ ไอ้ความคิดความเห็นมันเกิดดับๆๆ แล้วมันเกิดเป็นร้อยหนพันหน แล้วก็มาทุกข์ร้อยหนพันหน มึงโง่ขนาดนี้เชียวหรือ

ถ้ามันมีสติปัญญาเท่าทันนะ มันเกิดดับๆ น่ะ มันของเก่าๆ มันคิดแล้วคิดเล่า ทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อน ทุกข์อยู่นั่นน่ะ แต่ถ้ามันเท่าทันมันจบหมด แต่มันก็คิดเพราะอะไร เพราะกรรมเก่าไง มันเป็นสัญญา สัญญามันจำได้

แล้วเวลามันจำสิ่งใดได้นะ มันจำแต่ความเจ็บปวดทั้งนั้นน่ะ ไอ้สิ่งที่ดีงามมันจำได้น้อย แต่มันจำแต่ความเจ็บปวด แล้วมันก็เอามาคิด เอามาปรุงแต่ง แล้วเราก็คิดตาม แล้วเราก็ทุกข์ๆๆ

ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา หน้าที่การงานเราก็ทำของเรา แต่อารมณ์ความรู้สึกคิดอย่างนี้คิดไม่ได้ เพราะสติมันเท่าทัน มันเท่าทันเพราะอะไร เพราะมันมีปัญญาไง มันมีสติมีปัญญาไง มันคิดมากี่ร้อยกี่พันครั้งแล้ว แล้วคิดแล้วมันเจ็บปวดมากน้อยขนาดไหน มันจะเกิดขึ้นมา เราจะตบทิ้งได้เลย เราจะตัดทิ้งได้เลย ด้วยสติของเราดับหมด

เว้นไว้แต่เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันมีสิ่งใดเป็นเวรเป็นกรรมขึ้นมา มันจับแล้วมันพิจารณาไง มันเกิดเพราะเหตุใด ใครรังแกใคร ใครเป็นคนหลอกใคร แล้วใครเป็นเหยื่อของใคร เพราะมันมีสติปัญญาเท่าทัน เราเอามาคลี่คลายถึงการกระทำ ถึงกรรม ถึงเวร ถึงกรรม แล้วพอมันคลี่คลายออกหมดนะ นี่ไง มันเป็นกรรมของสัตว์ไง ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกไว้ไง

“คนที่เกิดเป็นมนุษย์ แล้วที่เห็นหน้ากันไม่เคยเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกันมาไม่มี แต่ภพใดชาติใดเท่านั้น”

แต่ปัจจุบันนี้เขาก็ชาติตระกูลของเขา เราก็ชาติตระกูลของเรา แล้วเราก็เกิดจากพ่อจากแม่ของเรา กรรมมันก็หดสั้นเข้ามาๆ หดสั้นเข้ามาวนอยู่ในบ้านของเรานั่นแหละ แล้วหดสั้นเข้ามาๆ มันก็หดสั้นเข้ามาที่หัวใจเรานี่แหละ

พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ญาติพี่น้องของเราก็เป็นญาติโดยสายเลือด แล้วเวรกรรมมันเป็นญาติกันไหม เป็นญาติกันสายเลือด ฆ่าแกงกันเองก็เยอะแยะไป

แต่ถ้ามีสติปัญญานะ มันไม่ทำ กรรมเก่ามันต้องระงับ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรจองกรรมใครทั้งสิ้น ใครจะทำคุณงามความดีก็สาธุ ใครจะทำความชั่ว สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นสุขๆ เถิด เป็นสุขๆ เถิด จะทำสิ่งใดก็สาธุ เชิญ

เว้นไว้แต่เขามีสติปัญญามากน้อยแค่ไหน เขามีบุญมีบาปมากน้อยแค่ไหน ถ้าเขามีบุญในหัวใจของตนนะ มันไม่ทำ มันวาง

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

ใครจะทำสิ่งใดนะ ถ้ามันเป็นเวรเป็นกรรม เป็นข้อทางกฎหมาย เราก็แจ้งความ สิทธิของเรา เราก็รักษาตามสิทธิ์ของเรา แต่เราไม่ไปล่วงสิทธิ์ของใครทั้งสิ้น แล้วถ้าเขาจะล่วงสิทธิ์ เขาจะทำอย่างใด ผลตามกฎหมาย

ถ้ากฎหมายทำไม่ได้ก็สาธุ สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นสุขๆ เถิด เป็นสุขๆ เถิด เราให้อภัย จิตเราให้อภัยเขา ไม่ผูกโกรธ ไม่ผูกเจ็บ ไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใด เราไม่ทุกข์นะ แพ้เป็นพระ เห็นไหม แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร แต่ไม่ใช่แพ้เป็นเซ่อๆ ซ่าๆ แพ้แบบเขากดขี่

แพ้ด้วยสติปัญญา แพ้ภายนอก ชนะกิเลสในใจของตน

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนสามารถคุ้มครองพุทธะ สามารถคุ้มครองความรู้สึก สามารถคุ้มครองหัวใจของตน ไม่ให้หัวใจของตนเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่ให้หัวใจของตนเจ็บปวด ทำให้มันรื่นเริงอาจหาญ

มันเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ ใครทำสิ่งใดนะ เชิญตามสบาย สพฺเพ สตฺตา เชิญ เวรกรรมของเขาทั้งนั้น เรามีสติมีปัญญาของเรา

แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมานะ ถ้ามันสงบระงับเข้ามานะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี จิตดวงนี้มีคุณค่ามาก

เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามีกายกับใจๆ ที่เราวิ่งเต้นกันน่ะ เรากระเสือกกระสนกันก็เพราะร่างกาย ก็เพราะบำรุงร่างกาย บำรุงร่างกายนี้เท่านั้น

พระพุทธศาสนาบำรุงหัวใจ

เราหามาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงชาติเลี้ยงตระกูลเพื่อตระกูลของเรา เป็นหน้าที่ เป็นบุญและบาปของตน เป็นบุญ เห็นไหม ทำสิ่งใดประสบความสำเร็จไปทั้งสิ้น ถ้าเป็นบาปอกุศลนะ ทำสิ่งใดขาดตกบกพร่องไปทั้งหมดทั้งสิ้น นั่นมันกรรมของสัตว์ไง แล้วเวลาเราทำสิ่งนั้น เรามีสติมีปัญญาศึกษาธรรมะพระพุทธศาสนา เราจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ฝึกหัดสติ

ทำไมต้องฝึกหัด

สติๆ ระลึกรู้ ตั้งใจนี่เป็นสติแล้ว สติ ถ้าสติควบคุมได้ แต่สติก็ต้องฝึกหัดให้มันเข้มแข็งมากขึ้น ถ้ามันเข้มแข็งมากขึ้น มีสติแล้วมันก็เท่าทันอารมณ์ของตน

เวลาเท่าทันอารมณ์ของตน มันพิจารณาของมันเป็นปัญญาอบรมสมาธิได้ไง คิดถูก คิดผิด คิดดี คิดชั่วไง คิดแบบยึดและคิดแบบไม่ยึดไง คิดแล้วก็วาง คิดแล้วก็วางไง แล้วมันจะเห็นคุณค่า พอยิ่งวางก็ยิ่งดีขึ้น พอยิ่งวางก็ยิ่งเท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตนขึ้น พอยิ่งวางๆ พอมันจะคิด แอ๊ะๆๆ มันอายนะ เรานี่แหละรู้

ถ้าเราเองไม่รู้ เราก็ควบคุมใจเราไม่ได้ ถ้าเราเองไม่รู้ เราก็จะฝึกหัดเราให้มันเติบโตขึ้นมาไม่ได้ สิ่งที่มันจะฝึกหัดและเติบโตขึ้นมาก็หัวใจเรานี่แหละมันจะเติบโตขึ้นมา มันจะตั้งสติได้ มันจะมีสติปัญญาของมัน เห็นไหม เราเลี้ยงใจของตน เลี้ยงใจของตน แล้วถ้ามันสงบระงับเข้ามา มันมีความสุขของมัน โอ้โฮ! โอ้โฮ! เลยนะ

โง่มาตั้งนาน หาความสุขด้วยอามิสสินจ้าง ได้รับรางวัลก็มีความสุข เวลามันปล่อยวางเข้ามาด้วยสติปัญญาของเรา โอ้โฮ! เวิ้งว้างไปหมด มันมีความสุขความสงบของมัน แล้วเดี๋ยวมันก็คลายออกมา คลายออกมาก็เสียดาย เสียดายก็ฝึกหัดอีก ฝึกหัดใหม่ยิ่งทำไม่ได้ ไม่ได้เพราะอยากได้

แต่ถ้าทำบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเหตุด้วยผล มันสงบสุขของมันโดยธรรมชาติของมัน

แต่นี่เพราะตัณหาความทะยานอยาก อยากได้ อยากดี อยากเด่น อยากให้มันเป็นไง แต่ถ้าเราเข้าใจแล้วนะ เราทำความดีแต่ไม่ได้อยากดี พอทำความดีไม่ได้อยากดี มันก็ได้ดี พอได้ดีขึ้นมามันก็สงบของมัน เออ! โง่สองชั้นเนาะ ไม่รู้ก็โง่เอาความทุกข์มาเหยียบย่ำตัวเอง เจอสัมมาสมาธิ เจอพุทธะก็ยังโง่อีกชั้นหนึ่ง อยากตะครุบไว้ๆ ตะครุบแต่เงา

ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ

มันต้องมีคำบริกรรม มันต้องมีอานาปานสติกำหนดลมหายใจ เพราะการกำหนดนั้นมันฝึกหัดให้ใจเข้มแข็ง ใจมีสติสัมปชัญญะขึ้น ตัวมันเองมันก็จะเข้มแข็งดีขึ้น พอเข้มแข็งดีขึ้น ฝึกหัดปฏิบัติไปจนมีความชำนาญในวสี ชำนาญในวสี ชำนาญในการฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา

ทำหน้าที่การงานเพื่อเลี้ยงปาก พระ เช้าออกมาบิณฑบาต องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบิณฑบาตจนวันสิ้นพระชนม์ชีพ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะก็บิณฑบาตเลี้ยงชีพจนวันนิพพาน

ถ้าครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ ก็บิณฑบาตเลี้ยงชีพ บิณฑบาตเลี้ยงชีพเพราะซื่อสัตย์ เป็นวิถีชีวิตของพระ วิถีชีวิตของพุทธะ วิถีชีวิตของธรรมและวินัย วิถีชีวิตทะนุถนอมรักษาไว้ สืบต่อไว้อนุชนรุ่นหลัง นี่พยายามฝึกหัดหัวใจของตน เห็นไหม

ชาวพุทธๆ ไง ชาวพุทธเป็นชาวพุทธที่ทะเบียนบ้าน นับถือพระพุทธศาสนา แต่พอมันเป็นชาวพุทธโดยหัวใจ โอ้โฮ! เห็นคุณค่า

เขาจะตีรันฟันแทง เขาจะแย่งชิงอะไร มันกรรมของสัตว์ มันเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง มันมีหน้าที่ไง วัดมันมีประธานสงฆ์ หัวหน้าสงฆ์ เขาเป็นคนผู้ดูแล เราไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไช พูดกัน คุยกัน ปรึกษากัน ถ้าเห็นดีด้วยก็ดี ถ้าเขาไม่เห็นด้วยก็กรรมของสัตว์ เพราะจริตนิสัยของคนไม่เหมือนกันไง มันเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ว่าเราปล่อยปละละเลย เราไม่สนใจสิ่งใดเลย

ในเมื่อเป็นชาติ มีผู้ปกครอง มีผู้นำ เป็นชาติ ชาติเกิดจากใคร เกิดจากประชาชน มีคนมันถึงเป็นชาติได้ ไม่มีคน พื้นที่ป่าเขาลำเนาไพรเป็นที่รกร้าง ถ้ามีสังคม มีชาติ มีกฎ มีกติกา

มนุษย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงไว้ มนุษย์โง่กว่าสัตว์ สัตว์มันไม่มีกฎ ไม่มีกติกา มันเสรีภาพ แต่มันทำกัน มันทำกันเพื่อแย่งชิงอาหาร มนุษย์ต้องมีกฎมีกติกา นั้นคือข้อจำกัด เหมือนโซ่ตรวน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงบอกว่า มนุษย์โง่กว่าสัตว์

สัตว์มันมีสิทธิเสรีภาพของมัน แต่นี่เรามีกฎมีกติกา ถ้าเราทำหัวใจของเราให้เป็นสันติภาพ มีเสรีภาพ กฎกติกาไว้ควบคุมสังคม ไว้ควบคุมมนุษย์ ไว้ควบคุมคน เป็นหน้าที่ของเขา

ไม่ใช่บอกว่า นั่นก็ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ใช่ เป็นการปล่อยปละละเลย ไม่ใช่

เก็บทุกข้อมูลเลยล่ะ พอแจ้งความขึ้นมา หลักฐานพร้อมหมด เพราะเขามีสติ เขามีปัญญา แต่ไม่ใช่หน้าที่ของเราจะไปตีรันฟันแทงกับใคร ไม่ใช่

หน้าที่ของเราดูแลหัวใจของตน โตทั้งร่างกายและโตทั้งจิตใจ ให้สมกับเป็นชาวพุทธนับถือพระพุทธศาสนา เอวัง